แถลงข่าว » “บิ๊กอู๋” ปรับโฉมศูนย์พิสูจน์สัญชาติฯ พบให้บริการได้มากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง

“บิ๊กอู๋” ปรับโฉมศูนย์พิสูจน์สัญชาติฯ พบให้บริการได้มากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง

18 ธันวาคม 2017
143   0

รมว.แรงงาน สั่งเร่งปรับกระบวนการทำงานศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว พบขณะนี้สามารถให้บริการสะดวกรวดเร็วขึ้นเป็น 900-1,200 คิวต่อวัน ลดเวลาเหลือขั้นต่ำ 1 ชั่วโมง 40 นาที ขณะที่ยอดพิสูจน์ 3 สัญชาติแตะที่ 1,041,043 คน จากยอดที่ต้องพิสูจน์สัญชาติ 1,999,240 คน

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ตามที่พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานเป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการภายในศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาและกัมพูชา โดยให้ปรับกระบวนการทำงานการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งกรมการจัดหางานได้ปรับสถานที่ให้มีความสะอาด ห้องน้ำสะดวกสบาย และมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการตลอดเวลา พร้อมกับมีป้ายบอกขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังปรับระบบคิวใหม่ เพื่อให้การบริการมีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจากการปรับกระบวนการใหม่ในครั้งนี้สามารถให้บริการได้เพิ่มขึ้นจาก 500-600 คิวต่อวัน เป็น 900-1,200 คิวต่อวัน ขณะเดียวกันยังลดระยะเวลาจากเดิมประมาณ 13 ชั่วโมงต่อคน ลดลงเป็นขั้นต่ำ 1 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวมีความพึงพอใจมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม กรมการจัดหางานและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและเมียนมากับกัมพูชาก็จะพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปจนกว่าการพิสูจน์สัญชาติและการขออนุญาตทำงานจะแล้วเสร็จ

ศูนย์พิสูจน์สัญชาติเมียนมามีจำนวน 8 จังหวัด 9 ศูนย์ คือที่จังหวัดสมุทรสาคร 2 ศูนย์ สมุทรปราการ ตาก เชียงใหม่ เชียงราย นครสวรรค์ ระนอง สงขลา และรถโมบาย 2 ชุด ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนศูนย์พิสูจน์สัญชาติกัมพูชามี 3 ศูนย์คือ ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จังหวัดระยอง และสงขลา และศูนย์พิสูจน์สัญชาติลาวมี 1 ศูนย์คือที่ศูนย์การค้าไอที สแควร์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยให้บริการกับกลุ่มบัตรสีชมพู ส่วนกลุ่มผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง (กลุ่มจับคู่) แรงงานจะต้องเดินทางกลับไปพิสูจน์สัญชาติที่ประเทศต้นทางและกลับเข้ามาตาม MOU

นายอนุรักษ์ กล่าวอีกว่า แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชาที่ต้องเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติมีจำนวนทั้งสิ้น 1,999,240 คน แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 1,223,645 คน แยกเป็นกลุ่มบัตรสีชมพู 793,576 คน และกลุ่มจับคู่ 430,069 คน สัญชาติกัมพูชา จำนวน 616,282 คน เป็นกลุ่มบัตรสีชมพู 406,670 คน และกลุ่มจับคู่ 209,612 คน ขณะที่สัญชาติลาว จำนวน 159,313 คน เป็นกลุ่มบัตรสีชมพู 71,521 คน และกลุ่มจับคู่ 87,792 คน ขณะนี้พิสูจน์สัญชาติแล้วจำนวน 1,041,043 คน เป็นเมียนมา 857,595 คน คงเหลือ 366,050 คน กัมพูชา 165,423 คน คงเหลือ 450,859 คน ลาว 18,025 คน คงเหลือ 141,288 คน