ข่าวการเมือง » เช้าวันนี้ที่ศาลฏีดาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสุดฮอต

เช้าวันนี้ที่ศาลฏีดาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสุดฮอต

1 สิงหาคม 2017
58   0

เนืองแน่นกองเชียร์นายกปู

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันอังคารที่ 1 ส.ค เพื่อแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อหน้าองค์คณะผู้พิพากษาคดีรับจำนำข้าวที่ยิ่งลักษณ์ตกเป็นจำเลย กลายเป็นไฮไลต์สำคัญที่หลายแวดวงต่างจับจ้องเพราะคนก็เฝ้าติดตามกันว่า เนื้อหา-ประเด็นที่ยิ่งลักษณ์จะแถลงปิดคดีจะมีอะไรที่เป็น หมัดเด็ด เรียกคะแนน ทำแต้ม ให้ยิ่งลักษณ์ได้ลุ้นเป็นผู้ชนะคดีหรือไม่ และจะมี วาทะ-คำพูด อะไรเด็ดๆ กลางห้องพิจารณาคดี ให้ฮือฮากันเล่นหรือไม่ เรื่องแบบนี้ต้องรอชม

แต่คาดหมายได้ว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลงปิดคดี ยามที่ยิ่งลักษณ์เดินออกมาจากศาลฎีกาฯ เพื่อมาพบกับกองเชียร์ อาจได้เห็น น้ำตาริน แบบตอนไปขึ้นศาลฎีกาฯ วันไต่สวนพยานนัดสุดท้ายเมื่อ 21 ก.ค.2560

สำหรับยิ่งลักษณ์แล้ว เธอไม่ใช่หน้าใหม่ สำหรับการขึ้นเบิกความต่อศาลฎีกาฯ เลย โดยวันที่ 1 ส.ค. จะเป็นการขึ้นเบิกความแถลงคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ครั้งที่ 3 ในชีวิตเสียด้วยซ้ำ

ที่น่าแปลกใจไม่น้อยก็คือ การขึ้นเบิกความ-แถลงเปิดคดีแถลงปิดคดี ของยิ่งลักษณ์ กลางห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ทั้ง 3 ครั้ง ล้วนเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมทั้งสิ้น!

ครั้งแรกเกิดขึ้นในคดียึดทรัพย์พี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยิ่งลักษณ์ขึ้นเบิกความเมื่อ 6 ส.ค.2552 จากเหตุที่ยิ่งลักษณ์ถูก คตส.อายัดทรัพย์ร่วมกับทักษิณ-พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ – พานทองแท้ และพิณทองทา ชินวัตร เนื่องจากยิ่งลักษณ์มีชื่อถือครองหุ้นชินคอร์ปก่อนขายให้เทมาเส็กด้วย ทำให้เมื่อตระกูลชินวัตรขายหุ้นให้เทมาเส็ก จึงมีเงินเข้าบัญชียิ่งลักษณ์ร่วม 600 ล้าน ส่งผลให้ถูก คตส.อายัดทรัพย์

ต่อมาเมื่อมีคดียึดทรัพย์เกิดขึ้นที่ศาลฎีกาฯ ยิ่งลักษณ์จึงใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์ แต่สุดท้ายศาลก็เห็นว่าข้ออ้างของยิ่งลักษณ์ที่เบิกความต่อศาลว่า เธอคือเจ้าของหุ้นชินคอร์ป รับฟังไม่ได้

ตามมาด้วยการเบิกความครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ส.ค.2559 หรือเมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

วันดังกล่าวที่เป็นวันไต่สวนพยานจำเลยปากแรก ที่ก็คือตัวยิ่งลักษณ์นั่นเอง วันนั้นยิ่งลักษณ์โซโลเดี่ยวกลางห้องพิจารณาคดีตั้งแต่ช่วงเช้าและบ่าย

เริ่มจากช่วงเช้า ยิ่งลักษณ์ขออนุญาตศาลใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในการแถลงเปิดคดี โดยวันนั้นยิ่งลักษณ์กล่าวตามเอกสารเพาเวอร์พอยต์ที่จัดเตรียมมา สรุปประเด็นสำคัญ 6 ข้อ ให้องค์คณะผู้พิพากษาได้ฟังกลางห้องพิจารณาคดี โดยย้ำว่าปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาตามฟ้องโจทก์และสำนวนของ ป.ป.ช.

“โครงการจำนำข้าว เมื่อแถลงนโยบายต่อสภาฯ แล้ว ก็ย่อมมีผลผูกพันที่ ครม.ต้องปฏิบัติตาม โครงการนี้เป็นโครงการสาธารณะให้ความคุ้มค่า คำนึงถึงผลประโยชน์สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไร แต่ต้องทำเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยกระดับข้าวไทย”

และวันดังกล่าว ยิ่งลักษณ์ย้ำตอนหนึ่งว่า โครงการรับจำนำข้าวมีมาตรการป้องกันการทุจริตที่ดำเนินการอย่างจริงจัง จึงไม่ถือว่าละเว้น เพิกเฉย เพื่อให้เกิดความเสียหาย

พอแถลงเปิดคดีจบ อัยการก็มีการซักค้านในหลายประเด็น ไปจนกระทั่งถึงช่วงบ่าย-เย็นวันเดียวกันนั้น เช่น เรื่องงบประมาณของโครงการ, การถามลงลึกถึงการระบายข้าวแบบจีทูจี, ปัญหาเรื่องข้าวหายในช่วงการทำโครงการรับจำนำข้าว, การตรวจสอบความเสียหายการระบายข้าวแบบจีทูจี เป็นต้น

และครั้งที่ 3 ก็คือ การแถลงปิดคดี 1 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การแถลงปิดคดีต่อหน้าองค์คณะฯ ซึ่งจะเป็นการแถลงต่อศาลรอบที่ 2 ในคดีรับจำนำข้าว ก็จะเหมือนกับการแถลงเปิดคดีเมื่อ 5 ส.ค.2559 คือยิ่งลักษณ์จะแถลงต่อหน้าองค์คณะเพียงฝ่ายเดียว ไม่ต้องคอย ตอบคำถามซักค้านของอัยการ แต่ยิ่งลักษณ์ก็ต้องจัดเต็มทุกประ โยคในคำแถลงปิดคดี ชนิดพลาดไม่ได้

โดยมีกระแสข่าวว่า ยิ่งลักษณ์มีการหารือกับทีมทนายความฝ่ายกฎหมายเพื่อไทยกันหลายรอบ เพื่อเตรียมข้อมูลประเด็นที่จะแถลงปิดคดีต่อศาล ซึ่งก็มีการประเมินกันว่าเนื้อหาในคำแถลงปิดคดี ก็น่าจะมีบางส่วนดึงมาจากคำแถลงเปิดคดีเมื่อ 5 ส.ค.2559 รวมถึงการสรุปประเด็นสำคัญในการเบิกความของ พยานฝ่ายยิ่งลักษณ์ ที่มาขึ้นเบิกความ แล้วเป็น ประโยชน์ต่อรูปคดี มาย้ำต่อศาลชัดๆ อีกรอบ