สกุ๊ป รายงานพิเศษ » ไทย-เมียนมา ประชุมระดับวิชาการ

ไทย-เมียนมา ประชุมระดับวิชาการ

19 พฤศจิกายน 2017
55   0

ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องจัดชุดโมบายลงพื้นที่ที่มีจำนวนแรงงานมาก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ทางการไทย-เมียนมา ประชุมระดับวิชาการ เผยตัวเลขพิสูจน์สัญชาติคงเหลือกว่า 520,000 คน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบจัดชุดโมบายลงพื้นที่ในจังหวัดที่มีแรงงานเป็นจำนวนมาก พร้อมพิจารณาปรับปรุงลดขั้นตอนการดำเนินการตาม MOU ให้สะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม โดยฝ่ายเมียนมาจะจัดส่งแรงงานตามความต้องการจ้างแรงงาน (Demand Letter)

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ ช่วยราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยกล่าวภายหลังการลงนามในบันทึกการประชุมระดับวิชาการไทย-เมียนมาร่วมกับนายอู วิน เชน อธิบดีกรมแรงงาน กระทรวงแรงงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากร หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ว่าที่ประชุมได้หารือในประเด็นต่างๆคือ

1. ความคืบหน้าในการตรวจสัญชาติและการออกเอกสาร CI ของฝ่ายเมียนมา โดยขณะนี้มีผลการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเอกสารรับรองบุคคล (CI) ผ่าน Counter Service จำนวน 766,295 คน เป็นกลุ่มบัตรสีชมพู จำนวน 419,461 คน กลุ่มที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง (ใบจับคู่) จำนวน 346,834 คน โดยฝ่ายเมียนมาตรวจสัญชาติและออกเอกสาร CI ให้แรงงานจำนวน 623,794 คน กลุ่มบัตรสีชมพู 381,099 คน ใบจับคู่ 242,695 คน คงเหลือที่ต้องพิสูจน์สัญชาติจำนวน 529,635 คน ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อให้แล้วเสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด โดยจะจัดชุดโมบาย (Mobile Team) ไปยังจังหวัดที่มีแรงงานเป็นจำนวนมาก และจัดลำดับคิวในการให้บริการพิสูจน์สัญชาติ ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ ร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. กระบวนการจัดส่งแรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานตาม MOU โดยนายจ้างจะชี้แจงสัญญาจ้าง สวัสดิการต่างๆให้แรงงานทราบอย่างชัดเจน และติดประกาศระเบียบข้อบังคับของบริษัทไว้ในสถานที่ทำงานเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน รวมทั้งอนุมัติจัดสรรจำนวนความต้องการจ้างแรงงาน (Demand Letter) ตามความต้องการที่แท้จริง และลงโทษบริษัทจัดหางานนำเข้าแรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบแจ้งบัญชีรายชื่อบริษัทจัดหางานและสถานประกอบการที่ขึ้นบัญชีดำ (Black List) ให้แต่ละฝ่ายรับทราบ พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงลดขั้นตอนการดำเนินการตาม MOU ให้สะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม นอกจากนี้ การอนุญาตนำเข้าแรงงานตาม MOU ให้กับบุคคลธรรมดา ฝ่ายเมียนมาจะจัดส่งแรงงานตาม Demand Letter

3. ผลการหารือคณะทำงานนำเข้ามาทำงานแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ฝ่ายไทยแจ้งให้ฝ่ายเมียนมาทราบถึงผลการประชุมคณะทำงานฯ ว่า ค่าตอบแทนสำหรับแรงงานประมงเป็นรายเดือนๆ ละ 12,000 บาท นายจ้างจัดสวัสดิการอาหารและที่พักให้กับแรงงานตามความเหมาะสม จ่ายเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคาร และนายจ้างจัดทำประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุ โดยฝ่ายไทยขอให้แจ้งเงื่อนไขการจ้างแรงงานประมงผ่านช่องทางการทูต เพื่อจะได้ประสานไปยังผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป

นายอนุรักษ์ กล่าวอีกว่า การประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันและมีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพและสร้างสรรค์ ซึ่งในการประชุมระดับวิชาการครั้งต่อไปกำหนดจัดที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยฝ่ายเมียนมาจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม